Skip to content

มาดูพี่เต๋อกับพี่โหน่งวิเคราห์ GAT-PAT#3 กันเถอะ!!!

ธันวาคม 1, 2009

 

หลังจากที่น้องๆ ได้รับทราบถึงคะแนน GAT และ PAT ของตัวเองกันไปแล้วในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา  วันนี้พี่หยกเลยขอพาน้องๆ ชาวDek-D.comมาบุกกันที่สถาบันกวดวิชา OnDemand เพื่อพูดคุยกับ 2 ติวเตอร์ใจดี พี่โหน่ง(สุธี  อัสววิมล) และพี่เต๋อ(สาธร  อุพันวัน)  ที่จะมาร่วมวิเคราะห์คะแนนกันอย่างหมดเปลือก

ทั้งเรื่องของจำนวนคำตอบของ GAT ที่มีมากกว่า 40 คำตอบ  มาตรฐานของข้อสอบ GAT PAT ในรอบตุลาคม 2552 และครั้งที่ผ่านๆ มา  นอกจากนี้น้องๆ ที่กำลังคิดจะสมัครรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยต้องยิ่งไม่พลาดกับการสัมภาษณ์ ในครั้งนี้  เพราะมีพูดถึงเรื่องของระดับ GAT PAT คะแนนเท่าไรถึงจะปลอดภัยอีกด้วย  ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรต้องติดตามด้านล่างได้เลยครับ….

พี่เต๋อวิเคราะห์ GAT PAT

พี่เต๋อวิเคราะห์ GAT PAT

พี่หยก : ในรอบตุลาคม 2552 โดยรวมแล้ว มองว่า GAT PAT ครั้งนี้ยากง่ายยังไง ครอบคลุมเนื้อหาทุกเรื่องหรือไม่ครับ
พี่เต๋อ : เริ่มที่ GAT ก่อนละกัน ออกยากขึ้นนิดหน่อย แต่คงคอนเซปต์ที่คล้ายกับสองครั้งที่ผ่านมา

พี่หยก : แล้ว PAT ล่ะครับ
พี่โหน่ง : PAT จะถูกแยกนะครับ PATคณิต PATวิทยาศาสตร์ หรือPATวิศวะ ข้อสอบเค้าคงมาตรฐานเอาไว้ แต่ครั้งล่าสุดมีบางตัวเปลี่ยนโครงสร้าง เช่น คณิตมีเติมคำเข้ามา มีผลทำให้คะแนนทยอยตกลงมาอย่างรุนแรง อย่างคณิตเนี่ย ปกติจะลงมา 3-5 คแนน แต่ครั้งล่าสุดลงมา 20 คะแนนเลย ครับ ส่วน PAT วิทยาศาสตร์กับวิศวะเนี่ย เรียกได้ว่าพยายามสร้างมาตรฐานอย่างน่าตกใจ ข้อสอบคล้ายๆ เอาเรื่องเดิมมาออก มีนาคมครั้งแรกออกยังไง กรกฎาคมกับตุลาคมก็ออกอย่างนั้น ปัญหาคือน้องส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าข้อสอบจะไม่คงแนวเดิม เลยพยายามจะอ่านให้ครอบคลุม แล้วพบว่าไม่ตรงประเด็น แต่บางคนเชื่อว่าจะคงแนวเดิมไม่เปลี่ยน พวกนี้จะคะแนนขึ้นเยอะมากครับ แต่ส่วนใหญ่จะหลงๆ อยู่เวลาอ่านหนังสือ

พี่หยก : โดยรวมแล้ว คะแนนของ PAT จะลงกันเยอะ คิดยังไงกับตรงนี้ครับ
พี่โหน่ง : ถ้า PAT คณิต ด้วยโครงสร้างข้อสอบที่ต้องเติมคำมันก็ยากขึ้น เนื้อข้อสอบยากขึ้น โดยรวมคือยากขึ้นเยอะมาก แต่ถ้า PAT วิศวะ ข้อสอบเค้าเพิ่มเติมคำ เนื้อข้อสอบจริงๆ แล้ว เค้าดึงความยากของความถนัดทางวิศวะระบบเก่าเข้ามา ข้อสอบเนี่ยมีประมาณเกือบ 20 ข้อที่มีข้อสอบเก่าเข้ามา  ซึ่งน้องเค้าไม่ได้อ่านลึกลงไปตรงนั้น เพราะโดนในส่วนมีนาคมกับกรกฎาคมหลอกมา แต่ตุลาคมมีข้อสอบเก่ามาเยอะ ใครอ่านก็ทำได้เลย ใครไม่อ่านจะถือว่ายากเลย

พี่หยก : ในส่วนของ PAT ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศลดลง แต่ GAT กลับเพิ่มขึ้น เป็นเพราะว่าข้อสอบง่ายลงหรือน้องๆ จับทางได้แล้ว
พี่เต๋อ : จากสถิติสองส่วน ถ้าเป็น GATเ ชื่อมโยงก็จะขึ้นมาประมาณ 8 คะแนน ของเดิมประมาณ 49 ก็จะขึ้นมา 57 กว่าๆ ถ้าพาร์ทภาษาอังกฤษ 43 จะขึ้นมาเป็น 49 ค่าเฉลี่ยรวมก็ขึ้นมา 10 กว่าคะแนน จริงๆ ก็จะต้องบอกว่าน้องๆ ทำได้ดีขึ้น น้องเข้าใจข้อสอบมากขึ้น มีการใช้ตรรกะ ความคิดเชื่อมโยงได้ดีขึ้น เพราะจริงๆ มาตรฐานข้อสอบยากขึ้นนิดนึง

พี่หยก : มีน้องๆ โวยวายเข้ามาว่า เคยทำข้อสอบ GAT มามี 40 คำตอบตลอด แต่มาคราวนี้เริ่มสงสัยว่าคำตอบจะมีมากกว่า 40 คำตอบโดยส่วนตัวแล้วคิดยังไงครับ
พี่เต๋อ : ผมไม่ได้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง แต่มองว่าเป็นการทำให้น้องๆ เข้าใจข้อสอบ ไม่ต้องยึดติดว่า 40 หรือ 41 ถ้าเราเข้าใจในข้อสอบ การตอบของเราก็จะเคลียร์ขึ้น ก็ไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะออกมากี่ข้อ ในส่วนของคนที่อาจจะพลาดหวังเพราะอาจจะหลุดไปข้อนึง แทนที่จะได้ 150 เต็ม ก็ได้ 146 กว่าๆ ก็ขอให้กำลังใจ ไม่เป็นไร และขอให้ไม่ต้องยึดติดว่า 40 40 ถ้าเราแม่นมันก็จะได้เอง

พี่โหน่งวิเคราะห์ GAT PAT

พี่โหน่งวิเคราะห์ GAT PAT

พี่หยก : แล้วโดยส่วนตัว ทั้งข้อสอบ GAT และ PAT พี่ทั้งสองคนคิดว่า 3 ครั้งที่ผ่านมา พอจะแบ่งเกรดได้มั้ยครับหรือน้องๆ ยังเกาะกลุ่มกัน เก่งก็อยู่เก่ง อ่อนก็อยู่อ่อน
พี่โหน่ง : ถ้า PAT พี่กังวลนะครับ จริงๆ แล้วปีก่อนกับปีนี้ระบบไม่เหมือนกัน แล้วน้องมาถามพี่ว่าจะติดคณะนั้นมั้ย สิ่งที่ดูเป็นหลักคือดูการกระจายของคะแนนว่า สมมติว่าจาก 0-10 เปอเซ็นต์ ดูว่า 100 ถึง 90  90ถึง 80 มีกี่คนทั้งประเทศ   ผลของปีนี้ออกมาว่ามันถอยออกมาในช่วงสูงที่ได้ จำนวนคนน้อยมาก เช่น กรณีของการสอบสองครั้งที่ผ่านมา  คนที่ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ในส่วนของความถนัดทางวิศวะ 500 คนแรกคะแนนน้อยนะครับ แค่เกิน 60 เอง แต่ก่อนมันจะสูงกว่านี้ เลยแปลว่าลักษณะการกระจายของน้อง มันทำให้คนกลุ่มเก่งน้อยลง ที่เหลือก็ไปกองข้างหลัง พอเลือกคณะจะมีปัญหาเพราะคะแนนมากองรวมกัน บวกกับปีที่แล้วคะแนนต่ำสุดเอามาอิงกับปีนี้ไม่ได้หมด ปีนี้เลยมีปัญหาในการเลือกคณะมาก อันนี้ในส่วนของผู้ใหญ่หรืออาจารย์หรือพี่ๆที่มีความรู่ในการแนะนำเรื่องนี้ อยากให้ตั้งรับและช่วยเหลือน้องเรื่องนี้
พี่เต๋อ : สำหรับของพี่ GAT จะคงมาตรฐานระดับไว้ในค่อนข้างดี ในแนวโน้มที่น้องๆ ทำความเข้าใจกับพาร์ทอังกฤษและเชื่อมโยงก็ทำได้ดี ไม่แตกต่างกันมากนัก คะแนนใช้ได้ ไม่เกาะกลุ่มเกินไป

พี่หยก : หลายๆ ที่เริ่มรับตรง หลายที่ก็ไม่จัดสอบเอง ใช้ GAT PAT และเกรดเฉลี่ยในการยื่นคะแนนเข้าคณะ  แล้วคะแนนมันเกาะกลุ่มกัน พี่คิดว่าสถาบันหรือมหาลัยต่างๆ ควรจัดสอบเพิ่มมั้ยครับ
พี่เต๋อ : จริงๆ พูดถึงการรับตรงมันก็มีทั้งดีและไม่ดี สิ่งที่ต้องคุยกันก็คือว่าต้องหาความเป็นเอกภาพ ไม่งั้นก็จะเกิดปัญหากับเด็กที่จะต้องวิ่งตระเวนสอบหลายที่ แล้วมาตรฐานในการรับไม่เหมือนกัน ก็เป็นห่วงน้องๆ เหมือนกันว่าจะทำให้มาตรฐานมีเอกภาพในการรับมากกว่านี้
พี่โหน่ง : มีปัญหานึง ยกตัวอย่างเช่นที่จุฬาฯ มีการจัดสอบวิทยาศาสตร์เอง ในส่วนของวิทยาศาสตร์ที่อยู่ใน PAT2  และก็จะมีในส่วนวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในส่วนสอบตรงแพทย์ กสพท รวมถึงสอบตรงอื่นเช่น ลาดกระบัง หรือมหาวิทยาลัยภูมิภาค ผลปราฏกว่าเนื้อข้อสอบของแต่ละที่คือข้อสอบออกคนละแนว ปัญหาคือจะอ่านยังไงดี อ่านตรงไหนแล้วจะตรง แล้วถ้าไปเรียนตัวนี้ หรือเรียนที่โรงเรียน หรืออ่านหนังสือกระทรวงจะตรงกับข้อสอบมั้ย เพราะในส่วนของPATล่าสุดข้อสอบจะเป็นวิเคราะห์เยอะขึ้นมากและคำนวณง่ายลง แต่ที่อื่นไม่ได้เป็นแบบนั้น นอกเหนือจากตระเวนสอบแล้ว การอ่านให้ตรงกับประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการวัดผล พี่ไม่แน่ใจว่าจะวัดผลได้จริงหรือเปล่า แม้แต่ตัวเองยังสับสนว่าการสอบแต่ละที่ต้องการอะไรกันแน่
พี่เต๋อ : ผมขึ้นไปช่วงสอบตรงแพทย์ที่ขอนแก่น ไม่น่าเชื่อว่าแค่การสอบตรงทำให้โรงแรมในขอนแก่นเต็มหมดเลย ตอนแรกเข้าใจว่าน้องๆ จากภาคอีสานมาสอบ กลายเป็นว่าน้องๆ จากเชียงใหม่ เชียงราย กทม. แห่ไปสอบ เป็นปรากฏการณ์นึงที่เกิดขึ้น

พี่โหน่งกะพี่เต๋อ @OnDemand

พี่โหน่งกะพี่เต๋อ

พี่หยก : งั้นมาลองวิเคราะห์คะแนนของขุนพลแอดมิชชั่นกันหน่อยดีกว่าครับ คะแนนออกมาตอนนี้ ลองวิเคราะห์ว่าน้องจะมีโอกาสสักเท่าไหร่
น้องโด่งอาจ จะไม่ได้ใช้คะแนนเต็มที่ แต่ต้องใช้คะแนนกสพท แต่คะแนนGATเผื่อไว้เผื่อพลาดจาดกสพท ครั้งนี้ได้คะแนนGATรวม 238.84 แยกเป็นเชื่อมโยงทั่วไป 146.34 พลาดไปข้อเดียว และอังกฤษ 92.50 ส่วน PATคณิตได้ 162
พี่เต๋อ : ถือว่าเป็นเกณฑ์ดี แต่ถ้าพูดว่าจะเข้าทันตะได้มั้ยก็ยังอยู่ในขั้นก้ำกึ่ง

พี่หยก : ลองดูวิทยาศาสตร์ประกอบเพราะโด่งได้ไป 128. 90
พี่โหน่ง : จริงๆ แล้วตัวผลสอบของ GAT PAT ที่ออกมาเนี่ย จะทำให้พอวิเคราะห์ได้ว่าการสอบของ กสพท น้องเค้าจะทำได้ดีไม่ดีแค่ไหน เพราะGATจะมีเชื่อมโยงเพราะจะไปตรงกับข้อสอบวิชาเชื่อมโยงในข้อสอบ กสพท แล้วในส่วนของวิทยาศาสตร์ก็คือไปอยู่ในวิชาสามัญ คณิตก็เช่นกัน จริงๆ แล้วทั้งสองตัวคณิตกับวิทย์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อย ควรจะตั้งอย่างน้อย 50เปอร์เซ็นต์ขึ้น ถ้าเป็นไปได้สองตัวควรจะมากกว่า 60 เพราะปีเก่าๆ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์จะชัวร์ น่าจะเพิ่มวิทย์นิดนึง ในส่วนของอังกฤษที่อยู่ในวิชาสามัญจะมีน้ำหนักเยอะที่สุดกับคณิตศาสตร์ อย่างละ 14 เปอเซ็นต์ ดังนั้นอย่าทิ้งอังกฤษ แล้วเติมวิทยาศาสตร์แล้วดันเลขนิดนึง แล้วจะมีโอกาส สู้ๆ อีกนิดนึง

พี่หยก : ต่อไปน้องบูม ICT ศิลปากร ได้น้อยกว่าที่หวังแต่ก็ยังขึ้น ได้ไป 168.21 แบ่งเป็๋นเชื่อมโยง 125.71 อังกฤษพลาดไปหน่อยได้ 42.50
พี่เต๋อ : พาร์ทเชื่อมโยงก็ได้คะแนนกลางๆ แต่น่าจะได้ดีกว่านี้ แล้วก็อังกฤษ 42 ค่อนข้างน้อย ควรจะได้ 60 70 อัป

พี่หยก : แล้วถ้าอยากเข้าคณะด้านไอซีที นิเทศศาสตร์ ควรได้ GAT PAT รวมเท่าไร บูมหวังส่วนตัว 200
พี่เต๋อ : พี่ว่า 200 ได้ลุ้น ถ้า 220 น่าจะโอเคนะครับ

พี่หยก : อาตูอยากเข้ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ใช้ GAT 90 เปอเซ็นต์ จะมีโอกาสมั้ยครับ
พี่เต๋อ : ได้ลุ้นนะ
พี่โหน่ง : คือจริงๆ สถิติคะแนนต่ำสุดดูไม่ได้ แต่มาดูตัวนี้พี่ว่าได้ลุ้น เพราะว่าจะได้เกรดน้อยนิดนึง คือคนที่ติดรัฐศาสตร์แน่ๆ คือได้เกรด 4 แล้ว GAT เชื่อมโยงเต็ม ถ้าอังกฤษเกิน 90 กว่าโอกาสสูง ส่วนน้องอาตูถอยมานิดนึง ได้ลุ้น
พี่เต๋อ : ได้ลุ้น แต่ถ้าพูดถึงครั้งนี้หรือครั้งหน้าอัปขึ้นอีกหน่อย อันดับ 1 2 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ผมว่าค่อนข้างโอเค
พี่โหน่ง : แต่แนะนำเพิ่มเติมหน่อย อย่างจุฬาฯ เอาคะแนนแค่ครั้งนี้ แต่ครั้งต่อไปเน้นโอเนต เอาเฉลี่ยรวมให้เกิน60เปอร์เซ็นต์ทั้ง 5 วิชาแล้วจะเลือกคณะดีๆได้หมดเลย  ส่วนGATถ้าตั้งเป้าหมายให้ท้าทายหน่อยก็ซัก 240 สำหรับครั้งหน้า  ครั้งนี้ลุ้นได้เลยครับ

GAT PAT คะแนนเท่าไรถึงจะปลอดภัย

GAT PAT คะแนนเท่าไรถึงจะปลอดภัย

พี่หยก : ขอถามแถมท้ายสำหรับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สำหรับวิศวะควรได้เท่าไรครับสำหรับรับตรง
พี่โหน่ง : ถ้าเป็น PAT พี่คิดว่าโซนที่ปลอดภัยเกิน 65 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ PAT 2  สำหรับพื้นฐานวิศวกรรมเกิน 55 เปอร์เซ็นต์  ถ้าวิศวะจุฬาฯ ควรเกิน 60 เพราะวิศวะจุฬาฯ เอาความถนัดวิศวะ 50 เปอร์เซ็นต์เลย น้องบางคนทำความถนัดทางวิศวะตัวเดียวเกิน 70 เปอร์เซ็นต์คือติดเลยครับ ถ้าดูค่าเฉลี่ยความถนัดทางวิศวะ ถ้าถัวๆ กับวิชาที่ใช้ในระบบเก่าปีที่แล้ว เชื่อว่าไม่ได้สูงกว่าปีที่แล้ว ถ้าได้มากกว่าเฉลี่ยของปีที่แล้วก็น่าจะติด

พี่หยก : ส่วนตัวพี่ๆ เห็นข้อสอบมาแล้วสามครั้ง คาดว่า GAT PATรอบที่ 4 มีนา 2553 น่าจะออกมาแบบไหน มีประกาศออกมาแล้วว่าจะเปลี่ยนแนว เปลี่ยนคนออก เปลี่ยนกระดาษ
พี่โหน่ง : ถ้าแยกเลย ในส่วนของวิทย์ แนวของ มี.ค. ก.ค. ต.ค. ที่ผ่านมามันเหมือนเดิมมาก สมมติเค้าออกกฏของนิวตันแรงเสียดทานวัตถุมาวางซ้อนกัน ออกแบบนี้สามทีเลยครับ ครั้งต่อไปให้เน้นข้อสอบเชิงวิเคราะห์ มีปัญหาเยอะมาก คือเรียนแล้วทำข้อสอบเก่า ก็จะเก็บแต่คำนวณอย่างเดียว ต้องเก็บวิเคราะห์ด้วยเพราะโอกาสออกมากกว่า ถ้าความถนัดทางวิศวะให้เก็บข้อสอบเก่าให้ดีๆ ย้อนหลัง 10-15 ปี เรียกว่าปลอดภัย
พี่เต๋อ : GAT รักษามาตราฐานค่อนข้างดี มีนาคงไม่เปลี่ยนเยอะ เพราะน่าเกิดผลดีกับเด็กและอาจารย์ ถ้าจะเปลี่ยนคงรอบหน้าคือ ก.ค. 53 น่าจะส่งผลมากกว่า

พี่หยก : เหลืออีกสามเดือน ต้องเตรียม ONET อีก 4 เดือนต้องเตรียม GAT PAT ครั้งที่ 4 คิดว่าเหลือเวลา 3-4 เดิอนเตรียมตัวยังไงดีครับ
พี่โหน่ง : ในส่วนของโอเนตวิทยาศาสตร์ สายวิทย์จะพลาดที่ไม่อ่านหนังสือกระทรวง คิดว่าจะตามแต่กวดวิชา แต่ที่ต้องอ่านในกระทวงคือโลกและดาราศาสตร์ ส่วนเล่มอื่นก็ควรเก็บรายละเอียด ส่วนสายศิลป์ให้โฟกัส ถ้าให้เน้นฟิสิกส์คงไม่ชำนาญ ในส่วนเคมีชีวะโลกดาราศาสตร์จะดึงคะแนนได้ ถ้าในส่วนคณิตคงยึดมาตราฐานเก่า
พี่เต๋อ : สายศิลป์บางคนทิ้งวิทย์กับเลขไปเลย แต่ถ้าตั้งใจอีกนิดนึง จุดนั้นแหละคือทำให้แตกต่างและทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น อย่าทิ้ง ถ้ามีจังหวะก็อยากให้เก็บตัวพวกนี้
พี่โหน่ง : คณิตวิทย์อังกฤษไทยสังคม แนวข้อสอบเก่ายึดไว้ เพราะ ONET ไม่เปลี่ยนมาตรฐานมาก เอาข้อสอบสาม-สี่ปีที่ผ่านมาย้อนหลัง ให้เริ่มในยุคที่เริ่มและไล่มาเลย

พี่หยก : ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังชมอยู่หน่อยครับ
พี่โหน่ง : ขอให้กำลังใจน้องๆ เหลืออีกครั้งนึง สู้ให้เต็มที่ อนาคตดีๆรออยู่
พี่เต๋อ : ช่วงนี้มีน้องมาติดต่อ ส่งเมลมา มาเจอ จิตตกกันเยอะ เพราะเป็นช่วงผ่านสมรภูมิมระยะนึงแล้ว ผลคะแนนที่ออกมาไม่เป็นตามที่ต้องการเยอะ ถ้าในมุมมองพี่มองว่า ครั้งนี้คะแนนไม่ค่อยดีคงเป็นหมดทั้งประเทศ ครั้งหน้าไม่เกี่ยวหรอก ขอให้เอาประสบกาณ์สามครั้งไปแก้ไขครั้งหน้า อยากฝากว่าคะแนนที่ออกมาได้ไม่ค่อยสูงนัก  แต่ถึงจังหวะที่ไปเลือกมหาลัย ไม่เกี่ยวมากนะครับ บางคนคะแนนไม่ค่อยดีแต่เลือกคณะที่ต้องการหรือมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตได้ ทั้งๆ ที่บางคณะมีกระแสขึ้นมาและจะตกไปก็มี สุดท้ายพอได้คะแนนครั้งที่ 4 อยากให้ดูและเน้นหนักในเรื่องเฟ้นเลือกคณะ บางทีคะนนต่ำๆ อาจเป็นคณะที่ดีก็ได้

สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณพี่ๆจาก Dek-D ที่เข้ามาสัมภาษณ์พี่เต๋อกับพี่โหน่งถึงที่สถาบันกวดวิชาออนดีมานด์ สาขาสยาม ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่ลงรถไฟฟ้าสถานีสยามเราก้อจะเห็นป้ายปุ่ม Power สีแดงๆ นั่นแหละจ้า ลงมาหาพี่ๆเค้าได้เลย

น้องๆที่สนใจเรียนที่นี่ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดที่ www.ondemand.in.th

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: